เที่ยวฮอกไกโด

1728

เที่ยวฮอกไกโด

คู่มือเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido Guide)

— ข้อมูลเกี่ยวกับฮอกไกโดและการท่องเที่ยวฮอกไกโด —

 

เกี่ยวกับการเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido)

ฮอกไกโด (Hokkaido / 北海道เป็นทั้งภูมิภาค ชื่อของเกาะ และยังเป็นหนึ่งใน 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อมีความหมายตามตัวว่า “ทางสู่ทะเลเหนือ”

เกาะฮอกไกโด ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจาก เกาะฮอนชู (Honshu / 本州) ซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่น โดยมีอุโมงรถไฟชินคันเซ็นใต้ทะเล ชื่อว่า Seikan Tunnel (青函トンネル) เชื่อมระหว่างทั้งสองเกาะบริเวณช่องแคบ Sugaru Strait (津軽海峡)

เมืองซัปโปโรซึ่งเป็นเมืองหลักของการเที่ยวฮอกไกโด

นอกจากนั้นแล้ว ฮอกไกโด ยังประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆ อีกหลายเกาะ มีศูนย์กลางและเมืองหลักอยู่ที่เมืองซัปโปโร (Sapporo / 札幌) ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของเกาะและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้

วิวในงาน Sapporo Snow Festival 2013

นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางมาเที่ยวฮอกไกโดได้ด้วยเที่ยวบินตรงและทรานสิทจากกรุงเทพ มาลงที่สนามบินนิวชิโตเซะ/ชินชิโตเซะ (New Chitose Airport / 新千歳空港) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองซัปโปโรไปประมาณ 45 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟ JR จากสนามบินโดยใช้เวลาเพียง 37 นาที หรือโดยสารรถบัส Chuo Bus ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 70 นาที นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถนั่งสายการบินในประเทศหรือรถไฟชินคันเซ็น (Hokkaido Shinkansen) จากจังหวัดอื่นๆ ของญี่ปุ่นมาเที่ยวที่ฮอกไกโดก็ได้เช่นกัน

 

สภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิของฮอกไกโด

เกาะฮอกไกโดตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา จึงมีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมเป็นเวลาหลายเดือน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 21 องศา อากาศในช่วงหน้าร้อนอยู่ที่ประมาณ 33 องศา แต่ไม่ได้ร้อนอบอ้าวมากเหมือนกับในโตเกียว ส่วนในช่วงหนาวที่สุดในประมาณเดือนมกราคมอุณหภูมิอาจจะลงไปอยู่ต่ำกว่า -10 องศาเลยทีเดียว ดังนั้น หากมาท่องเที่ยวฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวจึงควรเตรียมพร้อมรับกับสภาพอากาศอันหนาวจัด

(อ่านเพิ่มเติม » คำแนะนำในการเตรียมตัวไปเที่ยวฮอกไกโดในตามฤดูต่างๆ)

ฤดูกาลของฮอกไกโด

・ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 3 – 10 องศา
・ ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 16 – 24 องศา
・ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 7 – 15 องศา
・ ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 1 – ลบ 5 องศา

 

การท่องเที่ยวในฮอกไกโด

ปัจจุบัน มีเที่ยวบินตรงซึ่งทำการบินทุกวันจากประเทศไทยโดยสายการบินไทย (Thai Airways) ไปลงที่ สนามบินชินชิโตเสะ (New Chitose Airport / 新千歳空港) ในเมืองซัปโปโร ทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวยังฮอกไกโดจากประเทศไทยนั้นสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถต่อสายการบินในประเทศหรือรถไฟ รวมทั้งการต่อเครื่องในประเทศอื่นก่อนบินตรงสู่ฮอกไกโดก็ได้

 

นอกจากการท่องเที่ยวในหน้าหนาวซึ่งมีเทศกาลหิมะและการเล่นสกีเป็นไฮไลท์แล้ว เกาะฮอกไกโดยังมีที่ให้เที่ยวตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการชมความงามของธรรมชาติ เช่น การชมดอกซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์และดอกไม้นานาพันธุ์ในช่วงฤดูร้อน ชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นต้น รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อาทิ การแช่ออนเซ็นหรือบ่อน้ำพุร้อน ลิ้มลองราเมงต้นตำหรับ ชิมอาหารทะเล ผลไม้สดๆ และเบียร์ชื่อดัง เยี่ยมชมสิ่งก่อสร้างสวยๆ ทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น

 

แนะนำที่เที่ยวยอดนิยมในในฮอกไกโด

ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่มากและมีเมืองท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง ในบทความนี้ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากเมืองซัปโปโรและเมืองโอตารุซึ่งสามารถวางแผนเที่ยวในทริปเดียวกันได้อย่างสะดวก

 

เมืองซัปโปโร (Sapporo)

เมืองซัปโปโร (Sapporo / 札幌เป็นเมืองหลักของฮอกไกโด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 2 ล้านคน พื้นที่ประกอบด้วยที่ราบซึ่งเป็นเขตตัวเมือง และพื้นที่ภูเขาซึ่งเหมาะแก่การเล่นสกีในหน้าหนาว รวมถึงการขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเมือง

เว็บไซต์welcome.city.sapporo.jp (ภาษาไทย)

Odori Park

สวนสาธารณะซึ่งเป็นแนวยาวไปกับถนนกว่า 1.5 กิโลเมตร ตั้งอยู่กลางเมืองซัปโปโรจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ ในฤดูร้อนจะเห็นสวนเขียวขจีมีสีสันสวยงาม ส่วนในฤดูหนาวจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนเป็นสีขาวโพลน นอกจากนั้น สวนแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่ในการจัด เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี [แนะนำ Sapporo Snow Festival] หากต้องการชมภาพมุมสูงของสวน Odori Park สามารถขึ้นไปชมได้ที่ Sapporo TV Tower

เว็บไซต์sapporo-park.or.jp/odori/en/
การเดินทาง: ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Odori Station หรือเดินประมาณ 10 นาทีจากสถานีรถไฟ JR Sapporo Station

Sapporo TV Tower

หอคอยความสูง 147 เมตรซึ่งใช้เป็นที่ส่งสัญญาณโทรทัศน์ของเมืองและเป็นจุดชมวิวที่ความสูง 90 เมตร สามารถมองเห็นวิวของสวน Odori Park ได้ตรงหน้าพอดีและยังมองเห็นวิวของเมืองได้ 360 องศา เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองซัปโปโร

เว็บไซต์tv-tower.co.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
เวลาทำการ: ฤดูร้อน 9:00-22:00, ฤดูหนาว 9:30-21:30
ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชม 700 เยนสำหรับผู้ใหญ่ (เริ่มต้นที่ 100 เยนสำหรับเด็ก)
ทำเลที่ตั้ง: ตั้งอยู่ในสวน Odori Park ตรงปลายสุดทางทิศตะวันออก

Susukino

ย่านซูซุกิโนะเป็นย่านเอนเตอร์เนทเมนต์ยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดของการเที่ยวฮอกไกโด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซัปโปโร เทียบๆ ได้กับย่านคาบูกิโจ (Kabukico / 歌舞伎町)ของโตเกียว ที่นี่มีทั้งแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญ คือ ตรอกทานุกิโคจิ (Tanukikoji Shopping Street / 狸小路商店街) (แผนที่) และตรอกราเมงที่มีชื่อเสียง (Ramen Yokocho / ラーメン横丁) (แผนที่) รวมทั้ง ร้านอาหาร สถานบันเทิง ร้านคาราโอเกะให้เลือกอีกมากมาย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก็ยังใช้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดเทศกาลหิมะอีกด้วย

เว็บไซต์susukino-ta.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Nanboku Subway Line มาลงสถานี Susukino Station

(หรือเดินมาจากสวน Odori Park ก็ได้)

 

เมืองโอตารุ (Otaru)

โอตารุ (Otaru / 小樽市เป็นเมืองท่าเล็กๆ ตั้งอยู่ติดกับเมืองซัปโปโรในทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟ ภายในเมืองมีอาคารและโกดังเก่าแก่ในสไตล์ตะวันตกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อยู่หลายแห่ง ได้บรรยากาศเหมือนมาเที่ยวยุโรป

เว็บไซต์city.otaru.lg.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
การเดินทาง : สามารถนั่งรถไฟสาย JR Hakodate Line จากซัปโปโรมาลงที่สถานี Otaru Station

 

Otaru Canal

คลองที่มีความสวยงามซึ่งไหลผ่านกลางเมืองโอตารุ เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง ริมคลองตกแต่งด้วยโคมไฟสไตล์วิคตอเรียนและมีอาคารโกดังที่สร้างจากอิฐเป็นแนวยาวไปตามคลองได้บรรยากาศโรแมนติกมากๆ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปียังใช้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานเทศกาล Otaru Snow Light Path Festival ซึ่งจะมีการประดับตกแต่งด้วยโคมไฟทั่วทั้งเมือง

เว็บไซต์city.otaru.lg.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
การเดินทาง: เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี Otaru Station

 

Otaru Music Box Museum

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีเก่าแก่ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนถนน Sakaimachi Dori (境町通り) ไม่ไกลจากคลองโอตารุ ส่วนของอาคารหลัก (Main Building) เป็นอาคารสไตล์ตะวันตก 3 ชัันที่สร้างจากอิฐ มีอายุกว่า 100 ปี ด้านหน้าของอาคารมีนาฬิกาไอน้ำจากเมืองแวนคูเวอร์ตั้งอยู่ซึ่งจะพ่นไอน้ำประกอบกับเสียงดนตรีดังทุกๆ 15 นาที ส่วนภายในอาคารมีทั้งโซนจำหน่ายกล่องดนตรีและของที่ระลึกต่างๆ มากมายและโซนที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของกล่องดนตรี

เว็บไซต์otaru-orgel.co.jp/english/
เวลาทำการ: 9:00-18:00 (วันศุกร์และเสาร์ในช่วงหน้าร้อน เปิดถึง 19:00)
ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: เดินประมาณ 15 นาทีจากสถานี Otaru Station หรือ 10 นาทีจากสถานี Minami-Otaru Station

 

Nikka Whisky Yoichi Distillery

โรงกลั่นวิสกี้ชื่อดังของญี่ปุ่น “Nikka Whisky (ニッカウヰスキー)” ก่อตั้งโดย Masataka Taketsuru ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ไปเรียนรู้เทคนิคการกลั่น Scotch Whisky ต้นตำรับที่สก๊อตแลนด์ โรงกลั่นแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง โยอิจิ (Yoichi-cho / 余市町เป็นเมืองซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง โอตารุ (Otaru / 小樽市อาคารต่างๆ และบรรยากาศภายในพื้นที่ของโรงกลั่นดูคลาสสิคเหมือนอยู่ในประเทศสก๊อตแลนด์ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปเชี่ยมชมโรงกลั่นและพิพิธภัณฑ์วิสกี้ได้ อีกทั้งยังมีวิสกี้ให้ชิมฟรีอีกด้วย เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเนื่องจากใช้เป็นที่ถ่ายทำซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่อง “Massan (マッサン)” ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของผู้ก่อตั้งนั่นเอง

เว็บไซต์nikka.com/eng/
เวลาทำการ: 9:00-17:00
ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: สามารถนั่งรถไฟสาย JR Hakodate Line จากซัปโปโร หรือจากสถานี Otaru Station มาลงที่สถานี Yoichi Station

 

เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)

ฮาโกดาเตะ (Hakodateเป็นเมืองท่าทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด สามารถเดินทางมาจากเมืองซัปโปโรได้ด้วยรถไฟ เมืองฮาโกดาเตะขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพยามค่ำคืนอันสวยงามและอาหารทะเลที่สดอร่อย

เว็บไซต์hakodate.travel/th/ (ภาษาไทย)
การเดินทาง: สามารถนั่งรถไฟ Super Hokuto จากซัปโปโรมาลงที่สถานี Hakodate Station ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

Mt. Hakodate Ropeway

กระเช้าขึ้นภูเขาฮาโกดาเตะสำหรับชมวิวมุมสูงของเมืองซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดหากได้มาเมืองฮาโกดาเตะ ใช้เวลาขึ้นกระเช้าประมาณ 3 นาที ด้านบนยังมีร้านอาหารที่สามารถดินเนอร์ไปด้วยชมวิวยามค่ำไปด้วย และร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว

เว็บไซต์334.co.jp/tha/ (ภาษาไทย)
เวลาทำการ: 25 เมษายน – 15 ตุลาคม 10.00–22.00, 16 ตุลาคม – 24 เมษายน 10.00–21.00
ค่าขึ้นกระเช้า: ผู้ใหญ่ 1,280 เยน, เด็ก 640 เยน (ไป-กลับ)
การเดินทาง: จากสถานี Hakodate Hakodate ให้นั่งรถรางมาลงที่ป้าย Jujigai แล้วเดินต่ออีก 10 นาทีจะถึงทางขึ้นกระเช้า

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  JapanPhoto Library,Japankakkoii

 

คำค้นหา ทัวร์ฮอกไกโด เที่ยวฮอกไกโด วางแผนเที่ยวฮอกไกโด เที่ยวฮอกไกโด หน้าร้อน

เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว ที่พักฮอกไกโด ที่พักฮอกไกโดออนเซ็น โรงแรมฮอกไกโด

โรงแรมฮอกไกโด ออนเซ็น ที่พักสกีรีสอร์ท ฮอกไกโด ตารางรถไฟ jr ฮอกไกโด

แผนที่รถไฟฮอกไกโด ตารางรถไฟฮอกไกโด การเดินทางในซัปโปโร แผนที่รถไฟ ซัปโปโร